Mobile
ค้นหา:
     บทความ   รถเข็น   
   สถิติของเวบไซต์
 
เปิดเวบเมื่อ 16/09/2556
ปรับปรุงเวบเมื่อ 08/03/2560
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 872
   หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (872)
คอมเพรสเซอร์
โครงแอร์
เครื่องปรับอากาศ
รางครอบท่อ
รูมเทอร์โม-รีโมท
แป๊บทองแดง
แม็คเนติค
ไดเออร์
มอเตอร์
ยางหุ้มท่อ
ขาแขวน
ใบพัดลม-ตะแกรงพัดลม
รังผึ้ง-แผงคอยล์
อะไหล่แอร์
เทปชนิดต่างๆ
ลูกยาง-ขายาง
อะไหล่ทองแดง-ทองเหลือง
ท่อPVC-กาวทาท่อ
เครื่องมือช่างต่างๆ
อะไหล่ตู้เย็น
คาปาซิเตอร์/ไฮเพรสเชอร์-โลว์เพรสเชอร์
น้ำยาต่างๆ
อุปกรณ์ไฟฟ้า
สกรู-น็อต
เอ๊กแพนชั่นวาล์ว-ไซค์กลาส
ตู้แช่ถ่ายน้ำยาสแตนเลส
ผ้าใบล้างแอร์
สายเซ็นเซอร์


   จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

   เว็บลิงค์
พรีเมียมมอลล์
ช้อปปิ้งมอลล์ใหญ่ที่สุดในไทย
อาณาจักรของมือสอง
ประมูลสินค้าออนไลน์
ตลาดค้าส่งสินค้า
ฟรี.! เว็บไซต์สำเร็จรูป
ระบบชำระเงินออนไลน์
ความรู้เกี่ยวกับ E-commerce
ตลาดสินค้าแฟชั่น
เล่นเกมส์ออนไลน์ ฟรี.!
ฝากไฟล์ อัพโหลด
สร้าง Blog ของตัวเอง ฟรี.!
พิกโพสต์ ประกวดภาพ

เอกมงคลชัย อีควิปเม้นท์   โทร.02-894-8841-3 แฟ๊กซ์ 02-894-8840   สายด่วน : 089- 752-9889 , 089-796-8868 , 081-847-8488  
Email : emc2546@hotmail.com,airekmongkolchai@hotmail.com 
Facebook : airekmongkolchai (เอกมงคลชัย อีควิปเม้นท์ อะไหล่แอร์-บางบอน) 
Line  : airekmongkolchai (ID : airekmongkolchai)
บทความ
การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศควรพิจารณาอะไรบ้าง (อ่าน 1883/ตอบ 0)








จะเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศควรพิจารณาอะไรบ้าง

1.เลือกให้เหมาะกับขนาดห้อง
      ขนาดการทำงานของแอร์เรียกว่า "บีทียู" การเลือกขนาดบีทียูให้เหมาะกับขนาดห้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะถ้าสูงไป คอมเพรสเซอร์จะทำงานตัดบ่อยเกินไป ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดน้อยลงและความชื้นในห้องสูงขึ้น นอกจากนี้ยังราคาแพงและเปลืองไฟ แต่หากเลือกบีทียูต่ำไป คอมเพรสเซอร์ก็จะทำงานตลอดเวลาเนื่องจากความเย็นในห้องยังไม่ได้ตามที่ตั้งไว้ ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานและเครื่องเสียเร็วอีกเช่นกัน

2.เลือกฉลากประหยัดไฟเบอร์5
      การเลือกฉลากประหยัดไฟเบอร์5 คือ การเลือกเครื่องปรับอากาศที่ไม่กินไฟมาก แต่ให้ความเย็นได้เท่ากัน ทั้งนี้ หากเครื่องปรับอากาศที่คุณชอบมีบีทียูเท่ากัน และเป็นเบอร์5 เหมือนกัน ขอแนะนำให้เลือกเครื่องที่มีค่า "EER" มากกว่า เพราะกินไฟน้อยกว่า (ค่า EER : Energy Efficiency Ratio เป็นค่าที่บอกประสิธิภาพด้านพลังงาน ซึ่งสามารถดูได้จากเอกสารแนะนำสินค้านั้นๆ) 

3.ดูอายุการใช้งานการติดตั้งและบริการหลังการขาย
      การเลือกบริษัทฯที่น่าเชื่อถือ มีการทำตลาดมานาน มีบริการติดตั้งโดยผู้ชำนาญการ และบริการหลังการขายที่ดี ตลอดจนการรับประกันต่างๆ ถือเป็นจุดสำคัญที่ต้องพิจารณาเช่นกัน

4.ดูคุณสมบัติพิเศษและดีไซน์ว่าคุ้มค่ากับราคาหรือไม่
      เครื่องปรับอากาศในปัจจุบันยังแข่งขันกันด้านเทคโนโลยีความเย็น ความเงียบ จนถึงเรื่องของสุขภาพที่มีการใส่เครื่องฟอกอากาศ ซึ่งก็มีอยู่หลายแบบ ทั้งซิลเวอร์นาโน นาโนไทเทเนียม แผ่นกรองเฮปป้าฟิลเตอร์ พลาสม่าคลัสเตอร์ เป็นต้น

ระบบการทำงานของเครื่องปรับอากาศมีหลายระบบ ดังนี้
   
   4.1.การกรอง (Filtration) เป็นการใช้แผ่นกรองอากาศดักจับฝุ่นละออง หรืออนุภาคขนาดใหญ่ โดยสิ่งสกปรกจะติดค้างอยู่ที่ไส้กรอง ต้องทำการเปลี่ยนเมื่อหมดอายุการใช้งาน ตัวอย่างของระบบนี้ได้แก่ HEPA ซึ่งเป็นการกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพกำจัดอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.05 ไมครอน ในกรณีที่ต้องการกำจัดกลิ่นในอากาศ จะนิยมใช้ "แผ่นคาร์บอน" เพื่อดูดซับกลิ่น

   4.2.การดักจับด้วยไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Precipitator) เป็นการใช้ตะแกรงไฟฟ้าดักจับฝุ่น โดยการเพิ่มประจุไฟฟ้าให้แก่อนุภาคฝุ่นและใช้แผ่นโลหะอีกชุดหนึ่งซึ่งเรียงขนานกันดูดอนุภาคฝุ่นเอาไว้ โดยหลังจากการใช้งานไประยะหนึ่ง จะต้องมีการทำความสะอาดแผ่นโลหะ

   4.3.การปล่อยประจุไฟฟ้า (Ionizer) เป็นการใช้เครื่องผลิตประจุไฟฟ้าและปล่อยประจุไฟฟ้าออกมาพร้อมกับลมเย็น เพื่อดูดจับอนุภาคฝุ่นละอองและกลิ่น โดยประจุไฟฟ้าลบที่ถูกปล่อยออกมาจะดูดฝุ่นและกลิ่น ที่มีโครงสร้างเป็นประจุบวก จนกระทั่งรวมตัวกันใหญ่ขึ้นและตกลงสู่พื้นห้อง ข้อดีของระบบนี้คือไม่จำเป็นต้องถอดออกมาทำความสะอาด
   ทั้งนี้เครื่องปรับอากาศที่ระบุว่ามี "ระบบฟอกอากาศ" นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงการป้องกันเชื้อโรค ไม่ให้เข้าไปแพร่เชื้อภายในเครื่องขณะที่ไม่ทำงานเท่านั้น

5.เลือกประเภทให้เหมาะสม ส่วนใหญ่เครื่องปรับอากาศในที่พักอาศัยมีอยู่2ประเภทที่เป็นที่นิยม คือ
   
   5.1แบบติดผนัง เป็นเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่น้อยเช่น ห้องนอนหรือห้องรับแขกขนาดเล็ก มีข้อดีคือ รูปแบบทันสมัย มีให้เลือกหลากหลาย ทำงานเงียบและติดตั้งง่าย ส่วนข้อเสียคือ ไม่เหมาะกับงานหนัก
   
   5.2แบบตั้ง/แขวน เป็นเครื่องปรับอากาศที่เหมาะกับห้องทุกขนาด ตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ ข้อดีคือ สามารถเลือกติดตั้งได้ทั้งแบบตั้งพื้นหรือแขวนเพดาน ใช้งานได้หลากหลาย และมีการระบายลมที่ดี ส่วนข้อเสียคือไม่มีรูปแบบให้เลือกมากนัก

6.วัตถุดิบที่ใช้ (Material) เนื่องจากคุณภาพของวัตถุดิบ มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน และความคงทนของเครื่องปรับอากาศ อีกทั้งในปัจจุบันมีเครื่องปรับอากาศให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ จึงไม่เป็นการง่ายที่จะตัดสินใจซื้อได้ทันที ดังนั้นเราจึงควรศึกษาส่วนประกอบที่สำคัญ เพื่อช่วยในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ

   6.1.คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ที่นิยมใช้กันอยู่ 3ประเภทคือ

      6.1.1.คอมเพรสเซอร์โรตารี่ (Rotary Compressor) ทำงานโดยการหมุนของใบพัดความเร็วสูง โดยมีคุณสมบัติคือ การสั่นสะเทือนน้อย เดินเงียบ และมีประสิทธิภาพพลังงานสูง (EER) เหมาะกับเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก
      
      
      

      6.1.2.คอมเพรสเซอร์ลูกสูบ (Reciprocating Compressor) ทำงานโดยการใช้กระบอกสูบในการอัดน้ำยา โดยมีคุณสมบัติคือ ให้กำลังสูง แต่มีการสั่นสะเทือนสูง และมีเสียงดัง เหมาะกับเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่
      
      6.1.3.คอมพิวเตอร์แบบสโครว์ (Scroll Compressor) พัฒนามาจากคอมเพรสเซอร์โรตารี่ ทำงานโดยใบพัดรูปก้นหอย โดยมีคุณสมบัติคือ มีการสั่นสะเทือนน้อย เดินเงียบ และมีประสิทธิภาพพลังงานสูงกว่าคอมเพรสเซอร์แบบอื่นๆในระดับเดียวกัน

      

   6.2.คอยล์ (Coil) ประกอบด้วยท่อทองแดงและครีบอะลูมิเนียม (Fin) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการระบายและดูดซับความร้อนจากอากาศ ดังนั้น ผู้ซื้อจึงควรพิจารณาถึงวัตถุดิบที่ใช้ทำคอยล์ เช่นความหนาของครีบหรือการเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน เนื่องจากคอยล์ที่มีสภาพดีย่อมระบายความร้อนได้ดี ดังนั้นคอยล์ที่ทนทานจึงสามารถยืดอายุการใช้งานเครื่องปรับอากาศ แถมยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย

      


   6.3. มอเตอร์พัดลม (Fan Motor) เป็นส่วนประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการช่วยระบายและดูดซับความร้อน มอเตอร์ที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศมีอยู่หลายเกรด ดังนั้นผู้ซื้อจึงควรสอบถามข้อมูลของมอเตอร์เพื่อประกอบการตัดสินใจ มอเตอร์ที่ดีควรใช้ขดลวดที่ทนความร้อนได้สูง จึงจะทำให้มอเตอร์ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยที่รอบ (rpm) ไม่ตกซึ่งมีผลต่อการระบายความร้อนและไม่เสียง่ายเนื่องจากความร้อนสูง

      

   6.4. ระบบฟอกอากาศ (Air Purifier) ในปัจจุบันผู้ผลิตนิยมติดตั้งระบบฟอกอากาศไว้ในเครื่องปรับอากาศ เพื่อช่วยทำให้อากาศภายในห้องมีความสะอาดบริสุทธิ์มากขึ่น ซึ่งระบบฟอกอากาศที่ติดตั้งมาพร้อมเครื่องปรับอากาศมีอยู่ด้วยกันหลายระบบดังนี้
      6.4.1.การกรอง (Filtration) เป็นการใช้แผ่นกรองอากาศในการดักจับฝุ่นละอองหรืออนุภาคที่มีขนาดใหญ่กว่าช่องว่างระหว่างเส้นใย โดยที่สิ่งสกปรกจะติดค้างอยู่ที่ไส้กรองและต้องทำการเปลี่ยนเมื่อหมดอายุการใช้งาน ตัวอย่างของระบบนี้ก็คือ HEPA (High Efficiency Particulate Air) ซึ่งเป็นการกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ ในการกำจัดอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.05ไมครอน ในกรณีที่ต้องการกำจัดกลิ่นในอากาศจะนิยมใช้แผ่นคาร์บอน (Activated Carbon Filters) เพื่อดูดซับกลิ่นเช่น กลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นอาหารเป็นต้น

   

      6.4.2.การดักจับด้วยไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Precipitator) เป็นการใช้ตะแกรงไฟฟ้า (Electric Grids) ในการดักจับฝุ่นละอองหรืออนุภาค โดยการเพิ่มประจุไฟฟ้าให้กับอนุภาคฝุ่นละอองและใช้แผ่นโลหะอีกชุดหนึ่งซึ่งเรียงขนานกันดูดอนุภาคฝุ่นละอองไว้ โดยที่หลังจากใช้งานไประยะหนึ่งต้องหยุดเครื่องเพื่อทำความสะอาดแผ่นโลหะ

      6.4.3.การปล่อยประจุไฟฟ้า (Ionizer) เป็นการใช้เครื่องผลิตประจุไฟฟ้าและปล่อยออกมาพร้อมกับลมเย็นเพื่อดูดจับอนุภาคฝุ่นละอองและกลิ่น โดยประจุลบที่ปล่อยออกมา จะทำการดูดจับอนุภาคฝุ่นละอองและกลิ่น ซึ่งมีโครงสร้างเป็นประจุบวกจนกระทั่งกลุ่มอนุภาคเหล่านั้นรวมตัวกันจนมีขนาดใหญ่ขึ้นและตกลงสู่พื้นห้อง โดยกลุ่มอนุภาคเหล่านั้นจะถูกกำจัดไปพร้อมกับการทำความสะอาดพื้นห้องตามปกติ ดังนั้นระบบนี้จึงไม่จะเป็นต้องมีการทำความสะอาดเพราะไม่มีการดักจับโดยใช้แผ่นกรองแต่เป็นการใช้ปฏิกิริยาทางเคมี

 
      ประจุลบ    = ผลิตจากระบบฟอกอากาศ
      ประจุบวก  = ฝุ่นละออง กลิ่น ควัน เชื้อโรค





     ที่มา : http://www.daikin.co.th/

  
      
        


   


หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//